นางนวลพรรณ ล่ำซำ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

สารประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

       ปี 2568 เป็นปีที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โลกและสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่สูงขึ้นต่อบทบาทและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ
       สำหรับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ความท้าทายเหล่านี้ไม่เพียงเป็นความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน บริษัทฯ มุ่งดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร ครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการลงทุนอย่างรับผิดชอบ
       ในด้านการดำเนินงาน บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ระบบ e-Policy เพื่อลดการใช้ทรัพยากร การส่งเสริมการใช้AI มาเสริมประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง การดำเนินงาน และการให้บริการลูกค้า ตลอดจนการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เช่น โครงการ Solar Rooftop เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
       บริษัทฯ ตระหนักดีว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล ชุมชน และสังคม บริษัทจึงมุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว
       เมืองไทยประกันภัย มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน เคียงข้างทุกชีวิตและธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพร้อมปรับตัวต่อทุกความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน และ“ยิ้มได้ เมื่อภัยมา”

ภาพรวมการประกอบธุรกิจ

“เมืองไทยประกันภัย” เป็นบริษัทประกันวินาศภัยของคนไทย ดำเนินกิจการมาพร้อมกับความมุ่งมั่นพัฒนา
ก้าวนำไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งและยั่งยืน เป็นหลักประกันที่มั่นคงของคนไทยมากว่า 93 ปี

     บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในบริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการประกันภัยครอบคลุมทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยเบ็ดเตล็ด รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการบริหารความเสี่ยงที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้ารายบุคคลและลูกค้าองค์กร ด้วยประสบการณ์การดำเนินงานยาวนานกว่า 93ปี บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมและเศรษฐกิจไทย
     เมืองไทยประกันภัยดำเนินธุรกิจภายใต้รูปแบบธุรกิจประกันภัยที่เชื่อมโยงตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การรับประกันภัย การบริหารความเสี่ยง การให้บริการลูกค้า การจัดการสินไหมทดแทน ไปจนถึงการลงทุนและการบริหารเงินทุน โดยบริษัทตระหนักถึงบทบาทของตนในฐานะกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง ลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคธุรกิจและสังคมโดยรวม การดำเนินงานของบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
     ในบริบทของอุตสาหกรรมประกันภัย ภูมิทัศน์ทางธุรกิจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความคาดหวังของลูกค้า ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันและรูปแบบการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความถี่และความรุนแรงของการเรียกร้องค่าสินไหม รวมถึงการประเมินความเสี่ยง การกำหนดเบี้ยประกัน และการบริหารพอร์ตการรับประกันภัย
     บริษัทตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมิได้เป็นเพียงความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้สอดรับกับแนวโน้มความยั่งยืน เมืองไทยประกันภัยจึงมุ่งบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์องค์กรและกระบวนการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใส ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงองค์กรที่ครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
     ในขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันภัยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งบุคลากร ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน และสังคม โดยมุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่น ความเป็นธรรม และการมีส่วนร่วม เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรควบคู่กับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง บริษัทมุ่งสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมในการปรับตัว เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บริหารความเสี่ยงของสังคมได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จํากัด (มหาชน) มีวิสัยทัศน์ในการดําเนินธุรกิจว่า

“ผู้นําทางธุรกิจ ใส่ใจพันธมิตร คิดสรรสร้าง เน้นคุณภาพและบริการ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล”

บริษัทฯ ต้องการเป็นผู้นําในธุรกิจประกันวินาศภัยที่ให้ความสําคัญกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตลอดจน
พยายามคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลที่ดี เพื่อที่จะสามารถให้การดูแลลูกค้า
คู่ค้า และพนักงาน ด้วยหลักจริยธรรมทางธุรกิจ จึงบริหารจัดการด้านความยั่งยืนขององค์กรให้เชื่อมโยงในทุกมิติ
ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ของเมืองไทยประกันภัย

โครงสร้างการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

         บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (CGSD Committee) ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 มีหน้าที่กำหนดทิศทางและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ตามนโยบาย และกรอบแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัท เสนอความเห็นและแนวทางการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนแก่คณะทำงานชุดย่อย และฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม พิจารณา และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้บริษัทฯ เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม มีความโปร่งใส เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และพัฒนาให้บริษัทไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

หน้าที่และความรับผิดชอบตั้งแต่ระดับกรรมการบริษัทจนถึงระดับปฏิบัติการ
ในการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนใน “เมืองไทยประกันภัย”

การดำเนินงานด้านความยั่งยืน

มิติสิ่งแวดล้อม

Environmental

บริษัทส่งเสริมการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการพลังงาน การจัดการสภาพภูมิอากาศ และการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1–3 พร้อมทั้งส่งเสริมการรีไซเคิลในองค์กร

มิติสังคม

Social

บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การดูแลและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ความปลอดภัยอาชีวะอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การบริการลูกค้า และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเน้นความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ

มิติธรรมาภิบาล

Governance

บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาลที่ดี เคารพกฎหมาย และส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์