Social

มิติสังคม

บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การดูแลและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ความปลอดภัยอาชีวะอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การบริการลูกค้า และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเน้นความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ

เป้าหมายและผลการดำเนินงานมิติสังคม

           บริษัท กำหนดเป้าหมาย และการติดตามผลการดำเนินงานด้านสังคมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล การบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความหลากหลาย ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยของคนทุกกลุ่มเพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าทางสังคมควบคู่กับการเสริมสร้างความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยง ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตัวชี้วัดและเป้าหมายดังกล่าวถูกบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานปกติขององค์กร โดยมีเป้าหมายการดำเนินงาน ดังนี้

การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

- จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

- ความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 70

การบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

- ความพึงพอใจของลูกค้าต่อการให้บริการไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 80

ด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน

- อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานเท่ากับศูนย์ (0) กรณี

การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความหลากหลาย

- ไม่มีกรณี ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน

การบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
(Customer Relationship Management)

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในทุกขั้นตอนของการรับประกันภัย ภายใต้หลัก “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity)” โดยให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพบริการ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เช่น MTI Friends Application, ระบบติดตามสถานะเคลม, Call Center 1484, และศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจ ความไว้วางใจ และความผูกพันระยะยาวกับลูกค้าทุกกลุ่ม

เป้าหมายการดำเนินงาน

1.คะแนนความพึงพอใจลูกค้าไม่ต่ำกว่า 80%

2.ข้อร้องเรียนด้านผลิตภัณฑ์และบริการลดลง 5% เทียบกับปี 2567

การดำเนินงานสำคัญ

พัฒนาช่องทางดิจิทัลเพื่อประสบการณ์ลูกค้าที่ดี

บริษัทได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “MTI Friends” ให้เป็นศูนย์กลางบริการด้านประกันภัยแบบครบวงจร (One-Stop Service) โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการสำคัญได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส แอปพลิเคชันดังกล่าวรองรับการตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การต่ออายุกรมธรรม์ออนไลน์ การซื้อประกันภัยรถยนต์และประกันภัยสุขภาพ รวมถึงการใช้สิทธิพิเศษด้านสุขภาพ ท่องเที่ยว ความงาม และไลฟ์สไตล์ ลูกค้ายังสามารถค้นหาจุดให้บริการต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล อู่ซ่อม และสาขาใกล้บ้าน ตลอดจนติดตามสถานะคำร้องหรือเคลมแบบเรียลไทม์ และรับข่าวสาร โปรโมชั่น หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทได้ทันที การพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นช่องทางหลักในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าในปี 2568

การสื่อสารและบริการลูกค้าหลายช่องทาง

บริษัทให้ความสำคัญกับการให้บริการที่ครอบคลุมทุกช่องทางเพื่อรองรับพฤติกรรมที่หลากหลายของลูกค้า โดยระบบ Call Center 1484 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบเลือกเมนูอัตโนมัติที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถแจ้งอุบัติเหตุ สอบถามข้อมูลประกันภัยรถยนต์ ซื้อประกันภัยประเภทต่าง ๆ หรือรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงบริการสำหรับสมาชิกเมืองไทย เฟรนด์สคลับ เพื่อมอบความช่วยเหลือที่เหมาะสมทันทีที่ลูกค้าต้องการ ในด้านการจัดการข้อร้องเรียน บริษัทจัดให้มีช่องทางรับเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล การยื่นเรื่องด้วยตนเอง หรือไปรษณีย์ พร้อมจัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ โดยมีการตรวจสอบ ติดตามผล และตอบกลับภายในมาตรฐานเวลาที่กำหนด (SLA) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสที่สุด

การให้บริการหลังการขายและการจัดการสินไหม

เมืองไทยประกันภัยดำเนินการยกระดับการจัดการสินไหมเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และลดความยุ่งยากของลูกค้า โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการเคลมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถแจ้งเคลมและติดตามสถานะได้อย่างสะดวก ทั้งยังจัดให้มีระบบคัดเลือกอู่ซ่อมและศูนย์บริการที่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ บริษัทยังจัดบริการพิเศษ เช่น “จุดจอดรถหนีน้ำ” สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งเป็นบริการฟรีเพื่อช่วยลดความเสียหายของทรัพย์สินลูกค้า ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ระยะเวลาในการพิจารณาสินไหมลดลง และสร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสของกระบวนการ รวมถึงช่วยลดจำนวนข้อร้องเรียนลงอย่างมีนัยสำคัญ

การสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านสิทธิพิเศษและกิจกรรม

บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์และคุณค่าที่ดีแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านสิทธิพิเศษและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ สิทธิพิเศษที่นำเสนอครอบคลุมในหลายหมวดหมู่ ได้แก่ สุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม ท่องเที่ยว ยานยนต์ ความงาม และบริการภายในบ้าน โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมรับสิทธิส่วนลดค่ารักษาพยาบาลและวัคซีนจากโรงพยาบาลพันธมิตร ส่วนลดการนวดเพื่อสุขภาพ โปรโมชั่นท่องเที่ยว รวมถึงบริการยานยนต์ในราคาพิเศษ ซึ่งทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ภายใน MTI Friends App เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ในส่วนของกิจกรรมสร้างความมีส่วนร่วม บริษัทจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น Movie Free Day, Chef for a Day, ปันยิ้ม ปั่นบุญ, กิจกรรมวันเด็ก และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทและลูกค้า กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเพิ่มระดับความพึงพอใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

การบริหารฐานข้อมูลลูกค้าอย่างปลอดภัย

บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด โดยจัดให้มีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูง พร้อมกำหนดระดับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่และความจำเป็น เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานทุกระดับได้รับการอบรมเกี่ยวกับ PDPA และจริยธรรมในการใช้งานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ บริษัทมีการใช้มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหล อีกทั้งยังไม่เปิดเผยข้อมูลลูกค้าแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน มาตรการดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

การจัดการข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

บริษัทดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นธรรม และเคารพสิทธิผู้บริโภค โดยจัดให้มีระบบรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมาตรฐานและสามารถเข้าถึงได้จากทุกกลุ่มลูกค้า ลูกค้าสามารถแจ้งเรื่องผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ทั้งการติดต่อผ่าน Call Center เว็บไซต์หลักของบริษัท อีเมล การยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สาขา รวมถึงการส่งเอกสารผ่านไปรษณีย์ ซึ่งช่วยให้กระบวนการรับฟังเสียงลูกค้าเป็นไปอย่างครอบคลุมและตรวจสอบได้ เมื่อบริษัทได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการจัดการแบบเป็นลำดับขั้น เริ่มจากการรับเรื่องและบันทึกรายละเอียด จากนั้นดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ก่อนจะสรุปผลการดำเนินงานและแจ้งผลตอบกลับแก่ลูกค้า พร้อมดำเนินการปิดงานอย่างเป็นระบบ กระบวนการทั้งหมดดำเนินการภายในกรอบเวลาตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรงตามความคาดหวังของผู้บริโภค

การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

ความสำคัญ

          บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตระหนักว่าพนักงานเป็นทรัพยากรสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการสร้างคุณค่าในระยะยาว เนื่องจากกระบวนการสำคัญของธุรกิจประกันวินาศภัย ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การประเมินและรับประกันภัย การบริหารสินไหม การให้บริการลูกค้า การบริหารความเสี่ยง การลงทุน ตลอดจนการคุ้มครองข้อมูล ล้วนต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ จริยธรรม และหัวใจของการให้บริการจากบุคลากรทุกระดับ

          การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติ ความต้องการของลูกค้าที่ซับซ้อนขึ้น การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กำกับดูแล และการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะ ส่งผลให้การบริหารทุนมนุษย์เป็นทั้งประเด็นผลกระทบต่อพนักงานและประเด็นความเสี่ยงหรือโอกาสที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ ต้นทุน คุณภาพบริการ ชื่อเสียง กระแสเงินสด และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในอนาคต

          บริษัทจึงบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนอัตรากำลัง การสรรหา การพัฒนาทักษะ การประเมินผล การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ การสร้างความผูกพัน การส่งเสริมสุขภาวะและความปลอดภัย การเคารพสิทธิมนุษยชน ความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของผู้นำและผู้สืบทอดตำแหน่ง

          การเปิดเผยข้อมูลในหัวข้อนี้มุ่งสะท้อนทั้งผลกระทบต่อบุคลากรและข้อมูลที่ผู้ลงทุนใช้ประเมินว่าความเสี่ยงและโอกาสด้านทุนมนุษย์อาจส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจและฐานะทางการเงินของบริษัทอย่างไร โดยข้อมูลด้านทุนมนุษย์ครอบคลุมบุคลากรของบริษัทและผู้ปฏิบัติงานในห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ข้อมูลที่มีสาระสำคัญควรเชื่อมโยงกับกระแสเงินสด การเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือต้นทุนเงินทุนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

เป้าหมายการดำเนินงาน

1.คะแนนความพึงพอใจหรือความผูกพันธ์ของพนักงานไม่น้อยกว่า 70%

2.อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเท่ากับ 0 ราย


3.ชั่วโมงการอบรมของพนักงานทุกระดับ เฉลี่ย 15 ชั่วโมง/คน/ปี ขึ้นไป

การกำกับดูแลด้านทรัพยากรบุคคล

          บริษัทกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลและความรับผิดชอบด้านทรัพยากรบุคคลตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เจ้าของความเสี่ยง และหน่วยงานปฏิบัติการ เพื่อให้การบริหารบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร การบริหารความเสี่ยง และเป้าหมายด้านความยั่งยืน

โครงสร้างการกำกับดูแล

ระดับการกำกับดูแล 

บทบาทและความรับผิดชอบ 

คณะกรรมการบริษัท 

กำกับดูแลทิศทางองค์กร โครงสร้างการบริหาร การแต่งตั้งและพัฒนาผู้บริหารระดับสูง รวมถึงติดตามความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความต่อเนื่องและความสามารถในการแข่งขัน 

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 

พิจารณาการสรรหา คุณสมบัติ ความหลากหลาย การพัฒนา และค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงให้เหมาะสมกับบทบาทและกลยุทธ์ของบริษัท 

คณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยง 

กำกับดูแลความเสี่ยงด้านบุคลากรและความเสี่ยงอุบัติใหม่ที่อาจกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น การขาดแคลนทักษะสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และความต่อเนื่องของตำแหน่งงานสำคัญ 

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

กำกับดูแลนโยบายและเป้าหมายด้านสังคม การพัฒนาบุคลากร สิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย สุขภาวะและความปลอดภัย ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน 

ฝ่ายบริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล 

กำหนดแผนอัตรากำลัง นโยบายการจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร ค่าตอบแทน สวัสดิการ การประเมินผล สุขภาวะ ความปลอดภัย และการสร้างความผูกพัน 

ผู้บังคับบัญชาและเจ้าของความเสี่ยง 

บริหารผลการปฏิบัติงาน พัฒนาทักษะ ดูแลสภาพแวดล้อมการทำงาน และรายงานประเด็นความเสี่ยงหรือข้อกังวลของพนักงาน 

ส่วนบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน 

ประสานงาน ติดตาม รวบรวม และตรวจสอบข้อมูลด้านสังคม เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการและเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสีย 

          บริษัทบูรณาการข้อมูลด้านบุคลากรเข้ากับการวางแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง เช่น จำนวนและโครงสร้างพนักงาน อัตราการลาออก ความผูกพัน ชั่วโมงการฝึกอบรม ความพร้อมของตำแหน่งสำคัญ อุบัติเหตุจากการทำงาน ข้อร้องเรียนด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน รวมถึงความเสี่ยงด้านทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยี

 

นโยบายและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล

          บริษัทดำเนินการบริหารบุคลากรภายใต้หลักความเป็นธรรม การไม่เลือกปฏิบัติ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การให้โอกาสพัฒนาอย่างเท่าเทียม และการพิจารณาความรู้ ความสามารถ ผลการปฏิบัติงาน และศักยภาพของพนักงานเป็นสำคัญ

แนวทางหลักประกอบด้วย

  1. การวางแผนอัตรากำลังให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และโครงสร้างธุรกิจ 
  2. การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม 
  3. การกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และสมรรถนะของแต่ละตำแหน่ง 
  4. การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมภายในและความสามารถในการแข่งขัน 
  5. การพัฒนาทักษะผ่าน Training Roadmap และแผนพัฒนารายบุคคล 
  6. การประเมินผลการปฏิบัติงานและการพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพ 
  7. การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งสำหรับตำแหน่งสำคัญ 
  8. การส่งเสริมสุขภาวะ ความปลอดภัย และความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน 
  9. การรับฟังความคิดเห็นและจัดให้มีกลไกร้องเรียนที่เป็นความลับและไม่ตอบโต้ผู้ร้องเรียน 
  10. การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และโอกาสที่เท่าเทียม 

การประเมินผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสด้านทุนมนุษย์

บริษัทพิจารณาความเสี่ยงและโอกาสด้านทุนมนุษย์ทั้งในมิติผลกระทบต่อพนักงานและมิติที่อาจส่งผลต่อมูลค่ากิจการ โดยเชื่อมโยงกับกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร

ประเด็น 

ผลกระทบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย 

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท 

แนวทางบริหารจัดการ 

การขาดแคลนทักษะวิชาชีพและดิจิทัล 

พนักงานอาจไม่สามารถปรับตัวต่อเทคโนโลยีและรูปแบบงานใหม่ 

คุณภาพการรับประกันภัยและสินไหมลดลง ต้นทุนการสรรหาและจ้างผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น 

Reskill, Upskill, New Skill, Digital and AI Learning 

อัตราการลาออกสูง 

ภาระงานของพนักงานที่เหลือเพิ่มขึ้นและสูญเสียความต่อเนื่องในอาชีพ 

สูญเสียองค์ความรู้ ต้นทุนสรรหาและฝึกอบรมเพิ่ม คุณภาพบริการอาจลดลง 

Exit Interview, Engagement Action Plan, Career Path และการทบทวนค่าตอบแทน 

การขาดผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ 

โอกาสเติบโตของพนักงานไม่ชัดเจน 

ความต่อเนื่องในการบริหารและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ลดลง 

Succession Planning และ Talent Development 

สุขภาวะและความเหนื่อยล้าจากการทำงาน 

ส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิต 

การขาดงาน ประสิทธิภาพลดลง และความผิดพลาดในการทำงานเพิ่มขึ้น 

สวัสดิการสุขภาพ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และเวลาทำงานยืดหยุ่น 

อุบัติเหตุและความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน 

อาจเกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียต่อพนักงาน โดยเฉพาะงานภาคสนาม 

การหยุดชะงัก ต้นทุนชดเชย และความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือชื่อเสียง 

การประเมินอันตราย การอบรมความปลอดภัย และแผนฉุกเฉิน 

การเลือกปฏิบัติหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

กระทบต่อศักดิ์ศรี ความเสมอภาค และความปลอดภัยทางจิตใจ 

ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น 

HRDD, Grievance Mechanism และนโยบายไม่เลือกปฏิบัติ 

การมีส่วนร่วมและวัฒนธรรมองค์กร 

พนักงานมีความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีแรงจูงใจมากขึ้น 

เพิ่มผลิตภาพ คุณภาพบริการ นวัตกรรม และการรักษาบุคลากร 

Engagement Survey, MTI Culture และกิจกรรมการมีส่วนร่วม 

ความหลากหลายของบุคลากร 

เปิดโอกาสให้บุคลากรหลากหลายกลุ่มมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม 

เพิ่มมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจลูกค้าที่หลากหลาย 

Diversity, Equal Opportunity และ Inclusive Workplace 


          ในมุมข้อมูลทางการเงิน ความเสี่ยงด้านทุนมนุษย์อาจส่งผลต่อต้นทุนการสรรหา การฝึกอบรม ค่าตอบแทน การรักษาบุคลากร การขาดงาน และการบริหารความต่อเนื่อง ขณะที่โอกาสจากบุคลากรที่มีทักษะและความผูกพันสูงอาจเพิ่มประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลที่มีสาระสำคัญควรอธิบายระยะเวลาที่คาดว่าผลกระทบจะเกิดขึ้น และเชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์ของบริษัท

โครงสร้างบุคลากรและความหลากหลาย

สัดส่วน จำนวนพนักงาน แยกตามเพศ

เพศ 

จำนวน 

สัดส่วน 

หญิง 

811 คน 

58.60% 

ชาย 

573 คน 

41.40% 

รวม 

1,384 คน 

100% 

จำนวนพนักงานจำแนกตามพื้นที่ปฏิบัติงาน 

พื้นที่ 

จำนวน 

สำนักงานใหญ่ 

1,185 คน 

สาขา 

199 คน 

รวม 

1,384 คน 

 จำนวนพนักงานจำแนกตามช่วงอายุ 

ช่วงอายุ 

จำนวน 

สัดส่วน 

ต่ำกว่า 30 ปี 

203 คน 

14.67% 

30–50 ปี 

975 คน 

70.45% 

มากกว่า 50 ปี 

206 คน 

14.88% 

รวม 

1,384 คน 

100% 

 จำนวนพนักงานจำแนกตามระดับตำแหน่งและเพศ 

ระดับตำแหน่ง 

ชาย 

หญิง 

รวม 

ผู้บริหารระดับสูง 

4 

4 

8 

ระดับบริหาร 

130 

200 

330 

ระดับปฏิบัติการ 

439 

607 

1,046 

รวม 

573 

811 

1,384 

          ผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง 4 คน จากทั้งหมด 8 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และดำรงตำแหน่งระดับบริหาร 200 คน จากทั้งหมด 330 คน สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตำแหน่งบริหารของบริษัท 

          ข้อมูลด้านความหลากหลายควรแสดงองค์ประกอบของบุคลากรตามเพศ อายุ และประเภทพนักงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอัตราส่วนค่าจ้างและค่าตอบแทนหญิงต่อชายเมื่อข้อมูลพร้อม เพื่อให้สามารถประเมินความเท่าเทียมด้านโอกาสและผลตอบแทนได้อย่างครบถ้วน 

 การส่งเสริมการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง  

กลุ่ม 

ผลการดำเนินงานปี 2568 

ผู้พิการที่ได้รับการจ้างงานตามมาตรา 33 

4 คน 

ผู้พิการที่ได้รับการสนับสนุนการประกอบอาชีพตามมาตรา 35 

10 คน 

พนักงานอายุ 60 ปีขึ้นไป 

6 คน 

           บริษัทส่งเสริมโอกาสในการทำงานและการประกอบอาชีพของผู้พิการ รวมถึงเปิดโอกาสให้บุคลากรสูงอายุสามารถทำงานต่อไปตามความเหมาะสมกับสุขภาพ ความสามารถ และลักษณะงาน 

การสรรหา การจ้างงาน และการรักษาบุคลากร 

          บริษัทวางแผนอัตรากำลังตามความต้องการของแต่ละหน่วยงานและทิศทางธุรกิจ โดยพิจารณาทักษะที่จำเป็นในปัจจุบันและอนาคต เช่น การรับประกันภัย การบริหารสินไหม การวิเคราะห์ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การบริหารความเสี่ยง และการให้บริการลูกค้า 

กระบวนการสรรหาและคัดเลือกพิจารณาความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ศักยภาพ และความสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร โดยยึดหลักความโปร่งใสและไม่เลือกปฏิบัติ 

ผลการจ้างงานและการลาออก 

ตัวชี้วัด 

ผลปี 2568 

พนักงานใหม่ 

189 คน 

อัตราการจ้างงานใหม่ 

12.81% 

พนักงานลาออกโดยสมัครใจ 

166 คน 

อัตราการลาออกโดยสมัครใจ 

11.99% 

ข้อพิพาทด้านแรงงานที่มีนัยสำคัญ 

0 กรณี 

           อัตราการลาออกโดยสมัครใจร้อยละ 11.99 สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 10 โดยข้อมูลแสดงว่าพนักงานที่มีอายุงานต่ำกว่า 3 ปีเป็นกลุ่มที่มีจำนวนพ้นสภาพค่อนข้างสูง บริษัทจึงควรนำข้อมูลจาก Exit Interview การสำรวจความผูกพัน และข้อมูลการลาออกจำแนกตามตำแหน่ง อายุงาน เพศ และหน่วยงานมาวิเคราะห์สาเหตุรากอย่างเป็นระบบ 

แนวทางการรักษาบุคลากรประกอบด้วย 

  • การปรับปรุงการปฐมนิเทศและการดูแลพนักงานใหม่ 
  • การกำหนด Career Path และโอกาสเติบโตที่ชัดเจน 
  • การพัฒนาทักษะและภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชา 
  • การทบทวนค่าตอบแทนและสวัสดิการตามความเหมาะสม 
  • การสื่อสารภายในและการรับฟังความคิดเห็น 
  • การยกย่องและให้รางวัลแก่พนักงาน 
  • การส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน 

          แนวทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้รายงานจำนวนพนักงานลาออกโดยสมัครใจแยกชายและหญิง และคำนวณสัดส่วนจากจำนวนพนักงานลาออกโดยสมัครใจหารด้วยจำนวนพนักงานตามขอบเขตที่กำหนด โดยควรใช้นิยามและฐานข้อมูลเดียวกันอย่างสม่ำเสมอระหว่างปี 

การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
(การพัฒนาศักยภาพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต)

การพัฒนาศักยภาพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

          บริษัทบริหารการพัฒนาบุคลากรภายใต้แนวคิด Competency-Based Management ครอบคลุม 

  • Core Competency สมรรถนะหลักที่พนักงานทุกคนควรมี 
  • Managerial Competency สมรรถนะด้านการบริหารและภาวะผู้นำ 
  • Functional Competency ความรู้และทักษะเฉพาะตามตำแหน่งงาน 

          บริษัทจัดทำ Training Roadmap และ Employee Development Plan สำหรับพนักงานทุกระดับ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาแบบ Reskill, Upskill และ New Skill เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและเทคโนโลยี 

รูปแบบการเรียนรู้ 

  1. การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ e-Learning และแพลตฟอร์ม MTI Learn D 
  2. การฝึกอบรมในชั้นเรียน การอภิปราย และการประชุมเชิงปฏิบัติการ 
  3. การเรียนรู้ระหว่างปฏิบัติงาน หรือ On-the-Job Training 
  4. การอบรมกับหน่วยงานภายนอก 
  5. การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายใน 
  6. การพัฒนาผ่านการมอบหมายงานและโครงการสำคัญ 

 

กลุ่มหลักสูตรสำคัญ 

กลุ่มหลักสูตร 

ตัวอย่าง 

วิชาชีพประกันภัย 

การรับประกันภัยทรัพย์สิน งานก่อสร้าง CAR/EAR การประเมินความเสียหาย การบริหารสินไหม และประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า 

การบริหารและภาวะผู้นำ 

Supervisory Skills, Management Skills, Leadership Development 

ดิจิทัล ข้อมูล และ AI 

Cyber Security Awareness, AI Familiarization, Data Skills, CANVA และเครื่องมือดิจิทัล 

ความปลอดภัย 

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างานและระดับบริหาร การดับเพลิง และแผนฉุกเฉิน 

ความยั่งยืนและ ESG 

ESG DNA, Human Rights Due Diligence, การจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน 

ธรรมาภิบาลและกฎหมาย 

จริยธรรมธุรกิจ ต่อต้านคอร์รัปชัน การป้องกันการฟอกเงิน PDPA และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 

 ผลการดำเนินงานปี 2568  

ตัวชี้วัด 

เป้าหมาย 

ผลการดำเนินงาน 

ชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ย 

15 ชั่วโมง/คน/ปี 

15 ชั่วโมง/คน/ปี 

งบประมาณพัฒนาบุคลากร 

 

1.55 ล้านบาท 

พนักงานที่อยู่ในขอบเขตแผนพัฒนา 

พนักงานทุกระดับ 

1,384 คน 

พนักงานเข้าร่วม ESG DNA 

100% 

100% 

พนักงานเข้าอบรม HRDD 

 

1,313 คน หรือ 94.87% 

พนักงานใหม่เข้าอบรมสิทธิมนุษยชน 

100% 

173 จาก 175 คน หรือ 98.8% 

 การประเมินประสิทธิผลของการพัฒนา 

บริษัทประเมินผลการเรียนรู้ในหลายระดับ ได้แก่ 

  • ความพึงพอใจและความคิดเห็นต่อหลักสูตร 
  • ความรู้หรือทักษะที่เพิ่มขึ้นจากการทดสอบก่อนและหลังอบรม 
  • การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน 
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 
  • ผลต่อคุณภาพบริการ ข้อผิดพลาด ข้อร้องเรียน หรือความเสี่ยงในการทำงาน 

เพื่อเพิ่มความครบถ้วน บริษัทควรเปิดเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนชั่วโมงอบรมรวม สัดส่วนผู้ผ่านหลักสูตร สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการประเมินผลและพัฒนาอาชีพ รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรม 

การบริหารผลการปฏิบัติงาน ความก้าวหน้า และการสืบทอดตำแหน่ง

          บริษัทใช้กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเชื่อมโยงเป้าหมายระดับองค์กร หน่วยงาน และรายบุคคล พร้อมนำผลการประเมินมาใช้ในการกำหนดค่าตอบแทน การพัฒนา และความก้าวหน้าในอาชีพ 

แนวทางสำคัญประกอบด้วย 

  • การกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ 
  • การติดตามและให้ข้อเสนอแนะระหว่างปี 
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม 
  • การจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล 
  • การพิจารณาความพร้อมสำหรับตำแหน่งที่สูงขึ้น 
  • การจัดทำ Talent Pool และ Succession Planning 
  • การส่งเสริมการแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งจากบุคลากรภายใน 

          การรายงานฉบับสมบูรณ์ควรเปิดเผยสัดส่วนพนักงานที่ได้รับการประเมินผลและทบทวนความก้าวหน้าในอาชีพ โดยจำแนกตามเพศและระดับตำแหน่ง เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ช่วยสะท้อนว่าพนักงานแต่ละกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียมหรือไม่ 

เงินเดือนเริ่มต้นจำแนกตามเพศและพื้นที่ 

พื้นที่ 

ชาย 

หญิง 

อัตราส่วนชายต่อหญิง 

สำนักงานใหญ่ 

12,979 บาท 

13,042 บาท 

0.995 : 1 

สำนักงานอื่น 

13,477 บาท 

15,600 บาท 

0.864 : 1 

 สวัสดิการสำคัญ 

          บริษัทจัดสวัสดิการเพื่อดูแลพนักงานและครอบครัว เช่น 

  • ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ 
  • ค่ารักษาพยาบาลและการตรวจสุขภาพประจำปี 
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 
  • วันลาและสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร 
  • สวัสดิการช่วยเหลือเมื่อพนักงานประสบภัยหรือเหตุฉุกเฉิน 
  • กิจกรรมสุขภาพและการออกกำลังกาย 
  • เวลาทำงานยืดหยุ่นตามรูปแบบที่บริษัทกำหนด 
  • กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และยกย่องอายุงาน 

          บริษัทควรเปิดเผยความแตกต่างของสิทธิประโยชน์ระหว่างพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว และผู้ปฏิบัติงานกลุ่มอื่นอย่างชัดเจน 

 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  

รายการ 

ผลปี 2568 

พนักงานที่มีสิทธิเข้าร่วม 

1,384 คน 

พนักงานที่เข้าร่วม 

1,173 คน 

สัดส่วนการเข้าร่วม 

84.75% 

เงินสมทบจากนายจ้าง 

52,168,654.85 บาท 

เงินสะสมจากพนักงาน 

58,089,281.38 บาท 

           บริษัทส่งเสริมให้พนักงานวางแผนการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว พร้อมควรพัฒนากิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงิน การวางแผนเกษียณ และการบริหารหนี้สินส่วนบุคคลเพิ่มเติม 

 การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร  

ตัวชี้วัด 

ชาย 

หญิง 

รวม 

พนักงานใช้สิทธิลา 

3 

12 

15 

กลับเข้าทำงานหลังสิ้นสุดการลา 

3 

12 

15 

ยังคงทำงานหลังกลับเข้าทำงาน 

3 

12 

15 

อัตรากลับเข้าทำงาน 

100% 

100% 

100% 

อัตราการคงอยู่ 

100% 

100% 

100% 

 

          บริษัทใช้กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเชื่อมโยงเป้าหมายระดับองค์กร หน่วยงาน และรายบุคคล พร้อมนำผลการประเมินมาใช้ในการกำหนดค่าตอบแทน การพัฒนา และความก้าวหน้าในอาชีพ 

แนวทางสำคัญประกอบด้วย 

  • การกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ 
  • การติดตามและให้ข้อเสนอแนะระหว่างปี 
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม 
  • การจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล 
  • การพิจารณาความพร้อมสำหรับตำแหน่งที่สูงขึ้น 
  • การจัดทำ Talent Pool และ Succession Planning 
  • การส่งเสริมการแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งจากบุคลากรภายใน 

          การรายงานฉบับสมบูรณ์ควรเปิดเผยสัดส่วนพนักงานที่ได้รับการประเมินผลและทบทวนความก้าวหน้าในอาชีพ โดยจำแนกตามเพศและระดับตำแหน่ง เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ช่วยสะท้อนว่าพนักงานแต่ละกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียมหรือไม่ 

เงินเดือนเริ่มต้นจำแนกตามเพศและพื้นที่ 

พื้นที่ 

ชาย 

หญิง 

อัตราส่วนชายต่อหญิง 

สำนักงานใหญ่ 

12,979 บาท 

13,042 บาท 

0.995 : 1 

สำนักงานอื่น 

13,477 บาท 

15,600 บาท 

0.864 : 1 

 สวัสดิการสำคัญ 

          บริษัทจัดสวัสดิการเพื่อดูแลพนักงานและครอบครัว เช่น 

  • ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ 
  • ค่ารักษาพยาบาลและการตรวจสุขภาพประจำปี 
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 
  • วันลาและสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร 
  • สวัสดิการช่วยเหลือเมื่อพนักงานประสบภัยหรือเหตุฉุกเฉิน 
  • กิจกรรมสุขภาพและการออกกำลังกาย 
  • เวลาทำงานยืดหยุ่นตามรูปแบบที่บริษัทกำหนด 
  • กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และยกย่องอายุงาน 

          บริษัทควรเปิดเผยความแตกต่างของสิทธิประโยชน์ระหว่างพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว และผู้ปฏิบัติงานกลุ่มอื่นอย่างชัดเจน 

 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  

รายการ 

ผลปี 2568 

พนักงานที่มีสิทธิเข้าร่วม 

1,384 คน 

พนักงานที่เข้าร่วม 

1,173 คน 

สัดส่วนการเข้าร่วม 

84.75% 

เงินสมทบจากนายจ้าง 

52,168,654.85 บาท 

เงินสะสมจากพนักงาน 

58,089,281.38 บาท 

           บริษัทส่งเสริมให้พนักงานวางแผนการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว พร้อมควรพัฒนากิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงิน การวางแผนเกษียณ และการบริหารหนี้สินส่วนบุคคลเพิ่มเติม 

 การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร  

ตัวชี้วัด 

ชาย 

หญิง 

รวม 

พนักงานใช้สิทธิลา 

3 

12 

15 

กลับเข้าทำงานหลังสิ้นสุดการลา 

3 

12 

15 

ยังคงทำงานหลังกลับเข้าทำงาน 

3 

12 

15 

อัตรากลับเข้าทำงาน 

100% 

100% 

100% 

อัตราการคงอยู่ 

100% 

100% 

100% 

 

ความผูกพัน วัฒนธรรมองค์กร และการมีส่วนร่วมของพนักงาน

          บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการบริการ ความร่วมมือ จริยธรรม ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจ โดยใช้ผลสำรวจความผูกพันและข้อเสนอแนะของพนักงานเป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงนโยบาย สวัสดิการ สภาพแวดล้อมการทำงาน และรูปแบบการบริหาร 

 ผลการดำเนินงานปี 2568 

ตัวชี้วัด 

เป้าหมาย 

ผลการดำเนินงาน 

Employee Engagement 

ไม่น้อยกว่า 70% 

85.01% 

ข้อพิพาทด้านแรงงานที่มีนัยสำคัญ 

0 กรณี 

0 กรณี 

           กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมประกอบด้วย MTI Long Service Award งานปีใหม่ กิจกรรมต้อนรับพนักงานใหม่ กิจกรรมวันวาเลนไทน์ แบดมินตัน โยคะ ซุมบ้า MTI Run Club โบว์ลิ่ง และการแข่งขันฟุตซอล  

          บริษัทจัดให้มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวล เช่น ผู้บังคับบัญชา ฝ่ายทรัพยากรบุคคล คณะกรรมการสวัสดิการ อินทราเน็ต และช่องทางรับข้อร้องเรียนแบบรักษาความลับ โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบและติดตามแก้ไขอย่างเป็นธรรม 

สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน 

          บริษัทดูแลสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความปลอดภัย ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ความมั่นคงทางการเงิน และการดูแลครอบครัว 

ผลการดำเนินงานปี 2568 

ตัวชี้วัด 

ผลการดำเนินงาน 

พนักงานเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี 

1,059 คน 

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโยคะ ซุมบ้า และชมรมวิ่ง 

267 คน 

รูปแบบเวลาเข้างานยืดหยุ่น 

3 ช่วงเวลา 

สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

1,173 คน หรือ 84.75% 

อัตรากลับเข้าทำงานหลังลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร 

100% 

          บริษัทกำหนดช่วงเวลาทำงานทางเลือก ได้แก่ 08.30–17.00 น. 09.00–17.30 น. และ 09.30–18.00 น. เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถบริหารเวลาและลดผลกระทบจากการเดินทางได้ตามความเหมาะสม 

อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทจัดให้มีระบบบริหารอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและโรคจากการทำงาน ครอบคลุมการระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การฝึกอบรม การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ การเตรียมพร้อมต่อเหตุฉุกเฉิน และการสอบสวนเหตุการณ์ 

ระบบดังกล่าวควรครอบคลุมทั้งพนักงานและผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช่พนักงานซึ่งบริษัทควบคุมงานหรือสถานที่ทำงาน พร้อมเปิดเผยขอบเขตสถานที่และกิจกรรมที่ครอบคลุมอย่างชัดเจน  

แนวทางสำคัญ 

  • การประเมินความเสี่ยงของสำนักงาน สาขา และงานภาคสนาม 
  • การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างานและระดับบริหาร 
  • การฝึกอบรมดับเพลิงและการซ้อมอพยพ 
  • การตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉิน 
  • การดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สำรวจภัยและพนักงานที่เดินทาง 
  • การเปิดช่องทางแจ้งสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย 
  • การสอบสวนสาเหตุและกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ 
ผลการดำเนินงานปี 2568 

ตัวชี้วัด 

ผลการดำเนินงาน 

ชั่วโมงการทำงานรวม 

2,679,424 ชั่วโมง 

การเสียชีวิตจากการทำงาน 

0 กรณี 

การบาดเจ็บรุนแรง 

0 กรณี 

การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน 

0 กรณี 

วันทำงานสูญเสียจากอุบัติเหตุ 

0 วัน 

LTIFR 

0 

สิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

บริษัทเคารพสิทธิมนุษยชนของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับ 

  • การไม่เลือกปฏิบัติและโอกาสที่เท่าเทียม 
  • การจ้างงานและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม 
  • การป้องกันการคุกคามและล่วงละเมิด 
  • การไม่ใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ 
  • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการรวมกลุ่มตามกฎหมาย 
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน 
  • สุขภาพ ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 
  • การจัดให้มีช่องทางร้องเรียนและการเยียวยา 

บริษัทดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ประกอบด้วยการกำหนดนโยบาย การระบุและประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทา การติดตามทบทวน และการเยียวยา 

 

ผลการดำเนินงานปี 2568 

ตัวชี้วัด 

ผลการดำเนินงาน 

ข้อร้องเรียนด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยืนยัน 

0 กรณี 

พนักงานใหม่เข้าร่วมอบรมสิทธิมนุษยชน 

173 จาก 175 คน หรือ 98.8% 

พนักงานเข้าร่วมอบรม HRDD 

1,313 คน หรือ 94.87% 

ผู้พิการที่ได้รับการจ้างงานตามมาตรา 33 

4 คน 

ผู้พิการที่ได้รับการสนับสนุนตามมาตรา 35 

10 คน 

 

แผนดำเนินงานต่อไป

           บริษัทกำหนดแนวทางยกระดับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 

ประเด็น 

แนวทางดำเนินงาน 

Strategic Workforce Planning 

วิเคราะห์กำลังคนและทักษะสำคัญให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ดิจิทัล AI และการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันภัย 

Reskill / Upskill 

พัฒนาทักษะด้านข้อมูล AI Cybersecurity Climate Risk การรับประกันภัย และสินไหม 

Employee Retention 

วิเคราะห์สาเหตุการลาออก โดยเฉพาะพนักงานอายุงานต่ำกว่า 3 ปี และจัดทำ Action Plan รายกลุ่ม 

Career Development 

พัฒนา Career Path และเพิ่มโอกาสการโยกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งภายใน 

Employee Wellbeing 

ขยายการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความมั่นคงทางการเงิน และ Work-Life Balance 

Human Rights 

ขยาย HRDD ไปยังผู้ให้บริการ Outsource ตัวแทน คู่ค้า และผู้ปฏิบัติงานในห่วงโซ่คุณค่า 

 

 

การมีส่วนร่วมของพนักงาน

          บริษัทฯ จัดกิจกรรมทั้งภายในและภายนอก เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานตลอดทั้งปี

  • กิจกรรมทำบุญในวาระสำคัญต่างๆ
  • กิจกรรมอาสาสมัคร ตามความสมัครใจ อาทิ กิจกรรมอาสากล้าใหม่ร่วมกิจกรรม “วันออกหน่วยตรวจเด็กโรคหัวใจ” ของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 
  • กิจกรรมส่งเสริมด้านขวัญและกำลังใจ อาทิ งานจัดเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ

การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยของคนทุกกลุ่ม (Inclusive Insurance)

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้อย่างเท่าเทียม ภายใต้วิสัยทัศน์ “ยิ้มได้ เมื่อภัยมา” ที่สะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการดูแลทุกชีวิตในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ ครอบครัวรายได้น้อย แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ การดำเนินงานด้าน Inclusive Insurance ของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การขาย การสื่อสาร ไปจนถึงการให้ความรู้ด้านประกันภัยอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนสามารถรับความคุ้มครองได้ในราคาที่เหมาะสมและเงื่อนไขที่เข้าใจง่าย

บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิจัย การสำรวจเทรนด์ตลาด และการประเมินความเสี่ยงของแต่ละช่วงวัย ผลิตภัณฑ์จึงถูกออกแบบให้แตกต่างกันตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้สูงอายุ ประกันสุขภาพในราคาย่อมเยา ประกันภัยโรคร้ายแรงเฉพาะทางสำหรับเด็ก หรือประกันภัยธุรกิจขนาดเล็กเพื่อลดภาระความเสี่ยงของผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งหมดนี้ช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริงและดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ในด้านการขาย บริษัทมุ่งเน้นการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนและซื่อสัตย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อขายผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส ไม่สร้างความเข้าใจผิด และไม่ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีช่องทางการขายที่หลากหลาย ทั้งผ่านสาขาทั่วประเทศ เครือข่ายตัวแทน และช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ที่ห่างไกล

ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบ Inclusive Insurance ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น โครงการ “รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ” สำหรับผู้สูงอายุ ประกันสุขภาพ “ผู้หญิงยิ้มได้” ประกันมาดามแคร์สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ประกันอุบัติเหตุสำหรับเด็ก “Care for Kids” ประกันภัยโรคปอด ไข้เลือดออก สำหรับเด็ก และประกันภัยกีฬา Sports Fan สำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ตลอดจนประกันภัยเบี้ยประกันราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่ร้อยบาท เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจรายย่อย เช่น ประกันภัย SMEs เบี้ยเริ่มต้นเพียง 700 บาท ช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการรายย่อยดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ รวมถึงประกันภัยบ้านและทรัพย์สินราคาย่อมเยาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับครอบครัวทั่วไป

ด้านการส่งเสริมความรู้ประกันภัย บริษัทได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ “สร้างความมั่นคงทางการเงินกับการประกันภัย” ในชุมชนวัดคลองเตย 2 ซึ่งมุ่งให้ความรู้ด้านการวางแผนความเสี่ยง การเลือกประกันภัยที่เหมาะสม และการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือพยุงความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือน มีผู้เข้าร่วมจำนวน 29 คน และเป็นตัวอย่างของการลงพื้นที่เพื่อสร้างการเข้าถึงด้านความรู้ในกลุ่มประชาชนฐานรากโดยตรง กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านความรู้ประกันภัย และทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตนเองได้มากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังผลักดันการเข้าถึงผ่านช่องทางดิจิทัล โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน Muang Thai Friends ที่รวบรวมบริการตรวจสอบกรมธรรม์ ซื้อประกัน ต่ออายุ แจ้งเคลม และรับสิทธิพิเศษ ซึ่งช่วยให้ลูกค้ากลุ่มใหม่และกลุ่มที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ช่องทางดิจิทัลยังช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงประกันภัยสำหรับประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและค่าใช้จ่าย เช่น ผู้สูงอายุ แรงงานอิสระ และผู้พิการ

การดำเนินงานด้าน Inclusive Insurance ของเมืองไทยประกันภัยจึงสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรในการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเท่าเทียมในสังคม ตามหลักการ Leave No One Behind ของ SDGs โดยเฉพาะ SDG 1, 3, 8 และ 10 การขยายความคุ้มครองและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างรับผิดชอบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนในสังคมสามารถ “ยิ้มได้ เมื่อภัยมา” อย่างแท้จริง

การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความหลากหลาย (Human Rights & Diversity)

เมืองไทยประกันภัยมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักการสากล ได้แก่ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs), ILO Standards รวมถึงกฎหมายแรงงานไทย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและการให้บริการที่ปลอดภัย โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ

 

จัดทำนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กร
บริษัทได้จัดทำนโยบายสิทธิมนุษยชนฉบับใหม่ที่ครอบคลุมพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และชุมชน พร้อมสื่อสารให้พนักงานทุกระดับรับทราบภายในเดือนมิถุนายน 2568 เนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

- ไม่เลือกปฏิบัติตามเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ รสนิยมทางเพศ หรือสถานะอื่นใด
- คุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเป็นธรรม
- คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว
- ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568

- จัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน

- ปรับปรุงกระบวนการรับข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนผ่านระบบ Intranet และกล่องรับฟังความคิดเห็นแบบไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymous Drop Box)

- ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการเลือกปฏิบัติ
การจัดการข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทมีช่องทางรับข้อร้องเรียนหลายรูปแบบเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น

- Intranet สำหรับพนักงาน

- กล่องรับเรื่องร้องเรียนแบบไม่ระบุตัวตน

- ช่องทาง Call Center 1484 และสาขา

- การตรวจสอบและพิจารณาข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม

ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568

- ข้อร้องเรียนจากพนักงาน = 0 กรณี
- ข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนจากผู้ใช้บริการ = 0 กรณี
- การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

การส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของพนักงาน
บริษัทสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ Inclusive Workplace ผ่านกิจกรรมและนโยบายที่เอื้อต่อความแตกต่าง เช่น

- สร้างโอกาสการจ้างงานผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย

- ปรับปรุงแบบประเมินความพึงพอใจของพนักงานให้สะท้อนประเด็นความปลอดภัย ความเท่าเทียม และสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร


- ส่งเสริมกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ เช่น วันวาเลนไทน์ “รักนะ แต่ไม่แสดงออก ฝาก HR บอกให้มั้ย..” เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน


- กลไก Employee Voice เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทุกเดือน
การสื่อสารและให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทจัดการอบรมและสื่อสารให้องค์กรเข้าใจสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น

- ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนพื้นฐานและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

- ป้องกันการกลั่นแกล้ง การคุกคามทางเพศ และการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม

- การสื่อสารผ่าน Intranet, E-Learning และสื่อภายในองค์กร

- อบรมหัวหน้างานและผู้บริหารให้เป็น Role Model ด้าน Human Rights & Diversity - การให้ความรู้ด้านประกันภัยแก่ กลุ่มเปราะบาง และชุมชน

- การให้บริการผ่านการเคลมทางออนไลน์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง
บริการ


- การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและภัยพิบัติ ด้วยการระดมรถยก รถลาก และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

การตอบแทนสังคม

การช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติ

การช่วยเหลือเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ณ อ.หาดใหญ จ.สงขลา

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลลูกค้าในสถานการณ์วิกฤต โดยเฉพาะภัยพิบัติที่ส่งผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชน การให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โปร่งใส และเป็นธรรม คือหลักการสำคัญของบริษัท ภายใต้แนวคิด “ยิ้มได้เมื่อภัยมา” ที่สะท้อนเจตนารมณ์ขององค์กรในการเป็นหลักประกันความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าและสังคม

ในช่วงเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บริษัทได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนภายใต้การนำของ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งได้สั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมรถยกและรถลากกว่า 40 คัน ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทันทีหลังสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ทั้งนี้เพื่อช่วยยก–ลาก–เคลื่อนย้ายรถยนต์ของลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง และนำเข้าสู่ขั้นตอนตรวจประเมินความเสียหายและซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาผลกระทบและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

CEO มาดามแป้งกล่าวถึงภารกิจครั้งนี้ว่า “พนักงานเมืองไทยประกันภัยทุกคนรู้ดีว่าเราคือส่วนหนึ่งที่ช่วยเยียวยาเมื่อเกิดภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ให้กับผู้ประสบภัยทุกคน และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง”


บริการดังกล่าวครอบคลุมทั้งประกันภัยทรัพย์สินและประกันภัยรถยนต์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินการเคลมได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลารอคอย และเพิ่มความมั่นใจว่าบริษัทจะอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์

การดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันภัยในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อผู้เอาประกันภัยอย่างแท้จริง โดยเน้นความรวดเร็ว ความพร้อม และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ลูกค้าทั่วประเทศในยามเกิดภัยพิบัติ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุทธยา

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในฐานะ ประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากเหตุน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยน้ำดื่มจำนวน 1,200 ขวด และส่งมอบเสื้อยืดมูลนิธิมาดามแป้ง จำนวน 1,000 ตัว เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวอยุธยาที่ประสบอุทกภัย โดยมี นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้รับมอบ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา



เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน
  • สร้างหัวใจแห่งการเป็นผู้ให้

เพาะ “หัวใจอาสา” ให้แก่พนักงาน ตั้งแต่พนักงานที่เข้าใหม่ นำไปสู่พนักงานทุกระดับ ทั้งที่ประจำอยู่ในสำนักงานใหญ่และสาขาย่อยต่างจังหวัด ในนาม “อาสากล้าใหม่เมืองไทย” ปัจจุบันมีอาสาฯ จำนวน 70 รุ่น จำนวนกว่า 1,000 คน

  • เพื่อสังคมแห่งรอยยิ้ม
สร้าง “อาชีพเสริม” แก่คนพิการ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการไทย โดยทำมาตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันมีเครือข่ายร่วมดำเนินงานมากกว่า 10 องค์กร ส่งเสริมอาชีพแก่ผู้พิการกว่า 300 คน ในพื้นที่ 10 จังหวัดทั่วประเทศ
สนับสนุน “กีฬา” เพราะกีฬาทำให้เกิดการพัฒนาที่ครอบคลุม ทั้งตัวนักกีฬา ครอบครัว ผู้ชม ชุมชน และประเทศชาติ โดยบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. และอีกหลายสโมสรทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลทีมชาติไทย

ตั้ง “ครัวมาดาม” เพื่อช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ด้วยการจัดทำข้าวกล่อง ครัวมาดาม รวมกว่า 150,000 กล่อง

มอบถุงยังชีพครัวมาดาม อีกกว่า 10,000 ถุง ให้แก่ผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนในชุมชน โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม

  • สานต่อพลังแห่งการให้

ร่วมกับมูลนิธิมาดามแป้ง ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อขยายความช่วยเหลือคนไทยในหลากหลายพื้นที่และหลากหลายด้าน ทั้งการสนับสนุนด้านการแพทย์ การศึกษา ช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยต่างๆ และร่วมกับอาสากล้าใหม่ในการพัฒนาชุมชนให้เข็มแข็ง